[oneshot - YBGD] Forget Me Not

posted on 13 May 2011 13:01 by popfic in BB-fic-YBGD directory Fiction

Title                  Forget Me Not

By                     pop

Pairing              YBGD

Rate                  G

Warning           It's not a 'Happily Ever After'

 

a/n:                  เรื่องนี้ทุบออกมาจากไหดอง ฮ่าๆๆ ดราฟมานานมากกกก เกือบปีแล้วมั้ง แต่ไม่ยอมเขียนออกมาซักที ในที่สุด กระต่ายก็ได้ฤกษ์เกิด อยากให้เป็นเรื่องเล่าสไตล์นิทาน ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้แล

 

 

++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ อาณาจักรอันไกลแสนไกล

 

ยังมีเจ้าหญิงน้อยพระองค์หนึ่งนามว่าเจ้าหญิงจียง เจ้าหญิงจียงมีพระจริยวัตรอันงดงาม เอื้อเฟื้ออ่อนโยน ซ้ำยังมีพระพักตร์กลมใส น่ารัก จึงทรงเป็นที่รักใคร่ของพระราชาพระราชินีและพสกนิกรทุกคนในอาณาจักรแห่งนั้น

 

 

แต่แล้ววันหนึ่ง เจ้าหญิงจียงทรงประชวรด้วยโรคประหลาด

 

 

สีพระพักตร์ที่เคยเปล่งปลั่งระเรื่อกลับซีดเผือด เรี่ยวแรงที่เคยมีกลับหดหาย เจ้าหญิงน้อยที่เคยร่าเริงสดใส กลับต้องนอนซมอยู่บนพระแท่น และไม่นาน ก็ทรงบรรทมหลับไปโดยไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมาอีก

 

 

 

 

พระราชาทรงเรียกหมอหลวงหมอเทวดามาจากทั่วสารทิศ แต่กลับไม่มีใครรักษาเจ้าหญิงจียงได้

 

แต่เมื่อพระราชาจวนจะสิ้นหวัง ก็มีชายชราคนหนึ่งมาขอเข้าเฝ้า ชายผู้นั้นบอกว่าเขารู้ว่าเจ้าหญิงจียงทรงประชวร และเขารู้วิธีปรุงยาที่สามารถรักษาเจ้าหญิงได้ หากไม่ใช้ยาขนานนี้แล้ว เจ้าหญิงจะนิทราอยู่เช่นนั้นตลอดไป

 

สิ่งที่พระราชาต้องทำก็คือ ประกาศหาตัวผู้กล้าจากทั่วดินแดน ให้ผู้กล้าเหล่านั้นออกเดินทางตามหาของวิเศษสามอย่างที่ต้องใช้เป็นส่วนผสมในการปรุงยา

 

ของวิเศษที่ว่าคือ ปีกค้างคาวขาวจากถ้ำตะวันตก ดวงตามังกรจากทะเลตะวันออก และเขากวางแก้วจากป่าแดนเหนือ

 

พระราชาไม่รอช้า ป่าวประกาศออกไปทันที

 

 

“ผู้กล้าจากทั่วหล้าจงฟัง หากผู้ใดหาสิ่งวิเศษเหล่านี้มาให้แก่เราได้ จะได้อภิเษกกับเจ้าหญิงจียง และครองดินแดนสืบต่อจากเรา”

 

 

ผู้กล้ามากมายเข้าเฝ้า เพื่ออาสาหาตัวยาวิเศษ นับตั้งแต่องค์ชายจากแคว้นข้างเคียง ทหารกล้า หรือแม้แต่พ่อค้าวาณิช

 

 

แต่ของวิเศษทั้งสามมิใช่ครอบครองได้โดยง่าย ผู้กล้ามากมายล้มตาย สูญหาย หรือไม่ก็ล้มเหลว ปีหนึ่งก็แล้ว สองปีก็แล้ว ยังไม่มีผู้กล้าคนใดหาของวิเศษมาให้พระราชาได้แม้แต่ชิ้นเดียว

 

 

 

 

ในยามที่พระองค์กำลังจะถอดใจ กล่าวอำลาพระธิดาไปตลอดกาลนั่นเอง ทหารองค์รักษ์ชั้นผู้น้อยผู้หนึ่งก็ขอเข้าเฝ้า

 

พระราชาทรงหลากพระทัยยิ่งนัก เพราะทหารผู้นี้เป็นเพียงพลทหารอายุน้อย คงวัยเดียวกับเจ้าหญิงจียงกระมัง แต่กล้าขอเข้าเฝ้า พระองค์จึงทรงอนุญาต ด้วยอยากรู้นักว่าทหารหนุ่มน้อยต้องการอะไร

 

ทหารคนนั้นชื่อทงยองเบ เขาทหารหนุ่มที่แข็งแรงและอัธยาศัยดี ทำงานในกองทหารมหาดเล็กอารักขาเจ้าหญิง กระนั้น ก็เป็นทหารชั้นผู้น้อยที่ไม่ค่อยมีบทบาท ยองเบทูลกับพระราชาว่าเขาหลงรักเจ้าหญิงมานาน และยินดีทำทุกอย่างเพื่อพระองค์

แม้พระราชาจะไม่ใคร่ชอบใจนัก แต่ก็ไม่มีทางเลือก จึงยินยอมให้ยองเบออกเดินทางไปตามหาของวิเศษทั้งสาม

 

 

 

 

 

ยองเบปฏิเสธกองทหารที่พระราชาแต่งตั้งให้ และออกเดินทางเพียงลำพัง เขามุ่งหน้าไปทางตะวันตกถามทางไปเรื่อยๆ เพื่อค้นหาถ้ำค้างคาว

 

ยองเบเป็นคนอ่อนน้อมและยิ้มแย้ม ทางไปถ้ำค้างคาวไม่ใช่ใครก็รู้ ยองเบตระเวนถามผู้เฒ่าหลายคน จนในที่สุด

 

“จงไปตามลำพัง ถ้ำค้างคาวนั้นลึกลับนัก จงนอนค้างในป่า และรอหน้าถ้ำตอนรุ่งสาง เพื่อรอค้างคาวกลับมา หากรอดชีวิตจากสัตว์ร้ายในป่าตอนกลางคืนไปได้นะ”

 

เป็นคำบอกเล่าและชี้ทางของผู้เฒ่าที่ยองเบไปช่วยงานในไร่จนเป็นที่เอ็นดู ยองเบกล่าวขอบคุณ และเตรียมตัวออกเดินทาง

 

เขานำไม้ไปสร้างแคร่บนคาคบไม้ใหญ่ ทำให้สัตว์ร้ายในป่าจู่โจมไม่ได้ และนั่งรอตลอดทั้งคืน

 

ในที่สุดก็รุ่งสาง ดวงอาทิตย์กำลังไต่ขึ้นมาจากขอบฟ้า ยองเบปีนลงมา และไปรอหน้าถ้ำ

 

ค้างคาวตัวใหญ่มหึมาสีขาวปลอดตัวหนึ่งบินมาจากในป่า ยองเบร้องเรียกมันไว้ และขอให้มันฟังคำขอร้องของเขา เจ้าค้างคาวแปลกใจยิ่งนัก เพราะไม่มีใครเคยหามันพบ

 

เขาบอกเล่าอาการป่วยของเจ้าหญิงและทำไมเขาถึงต้องมาหามัน เขาเล่าให้ฟังว่ารอยยิ้มของเจ้าหญิงสดใสสว่างเจิดจ้า เหมือนแสงสว่างที่ค้างคาวไม่เคยเห็น และเขารักเจ้าหญิงมาแค่ไหน

 

“ข้ารักรอยยิ้มขององค์หญิงยิ่งนัก ทุกครั้งที่นางยิ้ม ราวกับมีแสงสว่างนวลรายรอบใบหน้านั้น ดอกไม้พากันแย้มบาน และนกเล็กๆ ก็ร้องเพลง ราวจะขับขานบทเพลงเพื่อรอยยิ้มเจิดจ้านั้น”

 

ค้างคาวซึ้งในความรักของยองเบ จนยอมยกปีกให้ แต่ขอใบหูของเขามาเป็นปีกแทน

 

“ข้าซึ้งใจในความรักของเจ้าที่มีต่อนางยิ่งนัก ข้าเองก็อยากจะเห็นแสงสว่างเรืองรองเช่นกันเหมือนกัน แม้คงเป็นไปไมได้ แต่หากข้าให้ปีกของข้าไป แล้วข้าจะบินไปหากินได้อย่างไรเล่า...เอาอย่างนี้ จงตัดใบหูของเจ้ามาแลก ข้าจะได้ใช้ใบหูของเจ้าแทนปีก”

 

ยองเบตัดใบหูให้ค้างคาวไป

 

และน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เมื่อค้างคาวโฉบเอาใบหูข้างนั้นไป มันก็สลัดปีกออกข้างหนึ่ง แล้วนำใบหูไปติดแทนที่ ใบหูนั้นก็ขยายใหญ่ สยายออกเป็นปีสีขาวอีกข้างเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน

 

ยองเบกล่าวขอบคุณค้างคาว และจากไปพร้อมปีกสีขาวข้างหนึ่ง

 

 

 


ยองเบดั้นด้นต่อไปยังทะเลตะวันออกเพื่อขอร้องมังกร เขาเดินทางรอนแรมไปกับเรือประมงที่กัปตันชรายินดีรับเขาไว้ทำงาน คนเรือเล่าตำนานเกี่ยวกับมังกรให้ฟังหลายเรื่อง และเพราะยองเบช่วยงานอย่างขยันขันแข็ง เหมือนชาวทะเลที่เคารพนับถือมหาสมุทร กัปตันชราจึงบอกทางล่องเรือไปหามังกร

 

“จงไปตามลำพัง มังกรอยู่ในอ่าวมรกต ที่หมู่เกาะกลางหมอก จงเดินทางไปทางตะวันออกตลอดคืน พอรุ่งสางหมอกลง จะเห็นหมู่เกาะอยู่กลางหมอกเอง”

 

ยองเบกล่าวขอบคุณ และเตรียมตัวออกเดินทาง

 

เขาเดินทางตลอดคืนไม่หยุดพัก และเมื่อใกล้รุ่ง เขาก็เห็นหมอกโรยตัวอยู่ทางขอบฟ้าทิศตะวันออก มันเป็นกลุ่มหมอกหนา ที่ภายในคงชื้นแฉะมืดครึ้ม เขารีบนำเรือเข้าไปในกลุ่มหมอกนั้นทันที

 

ในที่สุดยองเบก็เข้ามาถึงเวิ้งอ่าวแห่งหนึ่ง ที่ผืนน้ำเป็นสีเขียวเหมือนมรกต เกาะแก่งเล็กๆ ที่รายรอบก็เป็นสีเขียวหม่นปนน้ำตาล เพราะหมอกทำให้ชื้นแฉะและหนาวเย็นมาก จนไม่มีพืชพันธุ์อื่นใดขึ้นได้นอกจากมอสหนาเหมือนพรมเท่านั้น

 

ยองเบจอดเรือรอ ไม่นาน มังกรตัวใหญ่ก็ผุดขึ้นจากท้องน้ำ และเอาความถามว่าเขาต้องการอะไร เพราะไม่มีใครเคยมาหามังกรมาก่อน ไม่มีใครเคยค้นพบหมู่เกาะในหมอกแห่งนี้มาก่อน

 

เขาบอกเล่าอาการป่วยของเจ้าหญิงและทำไมเขาถึงต้องมาหามัน เขาเล่าด้วยว่าเธองดงามน่ารักเหมือนดอกไม้ดอกเล็กๆ และเขารักเธอมากแค่ไหน

 

“ข้ารักองค์หญิงยิ่งนัก พระองค์บอบบางเหมือนดอกไม้ดอกเล็กสีสันสดใส ใครเห็นก็ต้องชื่นใจกับความอ่อนหวานน่ารักของพระองค์”

 

ยองเบนำดอกไม้ป่าสีสวยดอกเล็กๆ น่ารักช่อหนึ่งมาให้เป็นของขวัญกับมังกร มันดีใจมาก เพราะในหมู่เกาะของมันมีแต่หญ้ามอสสีเขียวกับหมอกสีขาว มันไม่เคยเห็นดอกไม้สีสวยบอบบางแบบนี้มาก่อน มันซึ้งใจในความรักของยองเบที่มีต่อเจ้าหญิง และยอมยกดวงตาให้

 

“ข้าซึ้งใจในความรักของเจ้าที่มีต่อนางยิ่งนัก ข้าเห็นแล้ว ว่าดอกไม้เล็กๆ เหล่านี้สีสวยงดงามเพียงใด มันเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมาทีเดียว แต่หากข้าให้ดวงตาของข้าแก่เจ้าไปแล้ว ข้าคงเหลือตาเพียงข้างเดียวไว้ชมความงามของดอกไม้นี่เป็นแน่... เอาอย่างนี้ เรามาแลกกัน”

 

มังกรขอแลกดวงตากับยองเบ และยองเบก็ตกลง

 

น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เพราะเมื่อมังกรเอาลูกตาสีดำของยองเบใส่เข้าไปแทนดวงตาที่มันควักมาให้ ลูกตาสีดำธรรมดาข้างนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว มีประกายวิบวับเหมือนมรกต

 

ยองเบอำลาจากมังกรกลับมาโดยมีตาเหลือข้างเดียว และมีดวงตาของมังกรเก็บอย่างดีอยู่ในกระเป๋า

 

 

 


สุดท้าย เขาหาทางไปที่ป่าแดนเหนือเพื่อไปตามหากวางแก้ว

 

เช่นเดิม ยองเบไปช่วยงานคนงานในเหมืองถ่านหินในดินแดนที่เหน็บหนาว เขาผูกมิตรกับหลายคน และนั่งล้อมวงฟังตำนานเก่าแก่ของผู้คนท้องถิ่นรอบกองไฟ

 

ในที่สุด หัวหน้าคนงานก็ยอมบอกกับเขา

 

“จงไปตามลำพัง ในป่าสนบนภูเขาจะมีทางคดเคี้ยวไปยังบึงน้ำที่น้ำจับเป็นน้ำแข็งตลอดปี แต่ที่ใจกลางของบึงน้ำนั้นจะมีบ่อเล็กๆ อยู่ จงรอที่โขดหินข้างบ่อ กวางแก้วจะมากินน้ำในตอนรุ่งสาง แต่การค้างคืนที่บ่อน้ำนั้นหนาวสาหัสนัก อย่าได้หลับเป็นอันขาด”

 

ยองเบกล่าวขอบคุณ และรีบไปเตรียมข้าวของออกเดินทาง

 

เขาเดินทางขึ้นเขา และเข้าป่าสนไปไกลหลายกิโลเมตร ทางเดินทั้งลื่นและชันและปกคลุมด้วยน้ำแข็ง แม้ยองเบจะสวมเสื้อขนสัตว์หนาหลายชั้นก็ยังอดหนาวจนปากสั่นไม่ได้

 

ในที่สุดเขาก็มาถึงบึงน้ำใจกลางป่าสน และอย่างที่หัวหน้าคนงานบอก ผิวหน้าของมันจับแข็งเป็นน้ำแข็งเรียบลื่น ยองเบใช้รองเท้าตะปู ค่อยๆ เดินไปจนถึงโขดหินใจกลางบึง เขาเห็นรอยแตกเป็นทรงรีๆ เหมือนไข่อยู่หลังกองหิน น้ำในบ่อเล็กใสสะอาดและเย็นเฉียบ

 

ยองเบกางเต้นท์กันลมและก่อกองไฟในเตาที่นำติดมาด้วย เขานั่งผิงไฟทั้งคืนรอพระอาทิตย์ขึ้น

 

เมื่อดวงอาทิตย์สีซีดจางค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้า กวางตัวใหญ่สีขาวใสเหมือนแก้วและมีเขาขนาดใหญ่สีขาวใสเหมือนน้ำแข็งก็ปรากฏตัวขึ้น

 

มันมองดูเต้นท์และคนตาเดียวที่นั่งผิงไฟอยู่อย่างประหลาดใจ เพราะไม่เคยมีใครมาทนหนาวรอมันอยู่แบบนี้

 

เขาบอกเล่าอาการป่วยของเจ้าหญิงและทำไมเขาถึงต้องมาหาเจ้ากวาง เขายังเล่าด้วยว่าเจ้าหญิงจียงใจดีและมีเมตตา เป็นคนที่อบอุ่นราวดวงอาทิตย์ และเขารักเธอมากแค่ไหน

 

ข้ารักองค์หญิงยิ่งนัก พระองค์มีน้ำพระทัยกับคนทุกชนชั้น ทรงโอบอ้อมอารี และอบอุ่นเหมือนกับแสงจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงบนผืนโลก ทรงเมตตาทั้งคนหรือแม้แต่สัตว์น้อยใหญ่ หรือแม้แต่ต้นไม้ก็ยังเติบโตงอกงามในมือของพระองค์”

 

ยองเบเอากระดาษอาบไขห่อหินที่เผาจนร้อนก้อนหนึ่งส่งให้กวางแก้วลองสัมผัส ก้อนหินร้อนที่โดนห่อไว้นั้นอุ่นกำลังดี และกวางแก้วก็เอ่ยอย่างประหลาดใจและดีใจ

 

ข้าซึ้งใจในความรักของเจ้าที่มีต่อนางยิ่งนัก ข้าเองก็อยากสัมผัสความอบอุ่นเช่นนั้นทุกวัน แม้คงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ก้อนหินร้อนของเจ้านี่ก็อุ่นดีจริงๆ เอาหละ ข้าจะให้เขาของข้ากับเจ้าก็ได้ แต่ว่า เช่นนั้นข้าคงจะหมดหล่อ.... เอาอย่างนี้ เรามาแลกกัน”

 

แน่นอนกวางยอมยกเขาให้ แต่ขอมือของยองเบมาเป็นเขาแทน ยองเบจึงตัดมือข้างหนึ่งให้กวาง

 

และน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก เมื่อเจ้ากวางเอามือแข็งแรงข้างนั้นของยองเบไปวางบนหัว นิ้วทั้งห้าก็ยืดยาวออก แผ่กว้างออก กลายเป็นเขาแผงใหม่ ที่ดูแข็งแรงและสวยงามกว่าเดิม

 

ยองเบกล่าวขอบคุณ และเดินทางกลับเมืองพร้อมกับของวิเศษสามอย่างด้วยความดีใจ

 

 

 


แต่เมื่อกลับมา พระราชาเห็นเขากลายเป็นคนพิกลพิการ ก็รู้สึกเสียใจ ไม่อยากให้พระธิดาต้องแต่งงานกับทหารต่ำต้อยร่างกายพิการเช่นนี้ จึงไปปรึกษากับหมอเทวดา


หมอเทวดาจึงคิดอุบายว่า ยาวิเศษต้องใช้ส่วนผสมอีกอย่าง คือหัวใจที่กล้าหาญ ซึ่งก็คือหัวใจของยองเบนั่นเอง เขาจะให้ได้หรือไม่ ยองเบถึงแม้จะเสียใจ แต่ก็อยากให้เจ้าหญิงหาย จึงยอมสละหัวใจของตนเอง

 

“เพราะหัวใจของข้าก็เป็นของเจ้าหญิงตั้งแต่ต้น”

 

เขาขอเพียงเข้าไปพบเจ้าหญิงเป็นครั้งสุดท้าย และขอร้องให้พระราชามอบบันทึกเรื่องราวการเดินทางของเขาให้เจ้าหญิงเมื่อเธอตื่น เพื่อเธอจะได้รู้ว่าใครหาตัวยามาช่วยเธอ

เขาร้องไห้กับเจ้าหญิงที่ยังหลับใหล และขอให้เธออย่าลืมเขา

 

“โอ องค์หญิงจียงที่รักยิ่ง เมื่อท่านลืมตาตื่นขึ้น ตัวข้าผู้ต่ำต้อยผู้นี้คงไม่ได้อยู่พบท่านแล้ว แต่ขอให้รู้ไว้เถิดว่าข้าเต็มใจ สละทุกอย่างขอเพียงท่านหาย และฟื้นขึ้นมามอบความอบอุ่นให้กับทุกคนด้วยจิตใจที่เมตตาของท่านอีกครั้ง มอบรอยยิ้มแสนสวยของท่านให้กับทุกคนอีกครั้ง เท่านั้น ข้าก็หลับอย่างเป็นสุขแล้ว...”

 

“นี่คือบันทึกเรื่องราวการเดินทางของข้า ของผู้คนที่ข้าได้พบ ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วย ข้าเล่าเรื่องราวของท่านให้เขาเล่านั้นฟัง แน่นอน เล่าให้เจ้าค้างคาว มังกร และกวางแก้วฟังด้วย พวกมันต่างประทับใจในความงาม ความอบอุ่น และความอ่อนโยนของท่าน จนถึงกับสละปีก ตา และเขา เพื่อช่วยเหลือท่าน”

 

“สิ่งสุดท้ายที่ข้าอยากจะขอ คือขอให้ท่านจดจำข้าไว้ ได้โปรดอย่าลืมข้า ทงยองเบ มหาดเล็กที่ซื่อสัตย์ของท่าน ที่เติบโตมาพร้อมกับท่าน ดูแลเอาใจใส่ท่าน แม้ท่านจะไม่เคยสังเกตุเห็น แต่... ได้โปรด... อย่าลืมข้า”

 

เจ้าหญิงที่หลับใหลจะได้ยินเสียงกระซิบของยองเบหรือไม่ ไม่มีใครรู้

 

แต่น้ำตาของยองเบที่หยดลงบนมือของจียงกลายเป็นกลีบดอกไม้สีฟ้าเล็กๆ ปลิวไปตามสายลม

 

เขาอยู่กับเจ้าหญิงตลอดทั้งคืน แล้วก็จากไปเมื่อรุ่งสาง เพื่อให้หมอหลวงปรุงยา

 



เจ้าหญิงจียงฟื้นขึ้นมาจริงๆ หลังจากดื่มยาที่ทำจากของวิเศษ พระราชาดีใจมาก จัดงานเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่หลายวัน

 

 

 

 


หลังจากนั้นไม่กี่ปี พระราชาก็ให้เจ้าหญิงจียงอภิเษกเจ้าหญิงจียงกับเจ้าชายซึงฮยอนจากแคว้นใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก แม้ทั้งสองพระองค์ไม่เคยเจอกันมาก่อน

 


เจ้าหญิงจียงเล่าเรื่องอาการป่วยของตนให้เจ้าชายฟังในวันอภิเษก และหยิบบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมา แต่อนิจจา ในบันทึกเล่มนั้นไม่ระบุชื่อของผู้กล้าที่ไปตามหายา และไม่บอกว่าตอนนี้เขาไปอยู่ที่ไหน

 

“ท่านพ่อเล่าเพียงว่า เมื่อครั้งที่ข้าป่วยนอนหลับไม่ได้สติ มีผู้กล้าคนหนึ่งออกเดินทางตามหาของวิเศษมาปรุงยาเพื่อช่วยเหลือข้า”

 

เจ้าชายซึงฮยอนกุมมือเล็กที่ถือบันทึกเล่มนั้นไว้แล้วเอ่ยถาม

 

“แล้วตอนนี้ผู้กล้าผู้นั้นอยู่ที่ใด ข้าอยากขอบคุณเขานัก ที่ช่วยให้ข้าได้อภิเษกกับเจ้าหญิงผู้งดงาม”

 

จียงส่ายหน้า ยิ้มเอียงอาย

 

“ไม่รู้สิ ผู้กล้าคนนั้นไปที่ไหนเสียแล้วก็ไม่รู้ ท่านพ่อไม่ได้เล่าอะไรต่ออีก เหมือนกับ....จู่ๆ เขาก็หายไป”

 

“แล้วเขาชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร เราประกาศตามหาเขาก็ได้นะ”

 

จียงส่ายหน้าอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาที่มักสดใสกลับหมองลง

 

“ข้าก็ไม่รู้อีกนั่นแหละ ดูเหมือนเขาเป็นผู้กล้าไร้นาม ไม่มีใครในปราสาทหรือแม้แต่ในเมืองรู้จักเขาสักคน”

 

เจ้าชายซึงฮยอนกระชับมือนิ่มนั้นอย่างปลอบใจ เจ้าหญิงเงยหน้าขึ้น แววหมองในดวงตาคู่นั้นจางหาย

 

“แต่ข้าจะไม่ลืมเขา...ข้าจะระลึกถึงเขาในฐานะผู้กล้าของข้า”

 

แล้วเจ้าหญิงจียงก็ยิ้ม.... มันเป็นรอยยิ้มที่สว่างสดใสราวดวงอาทิตย์ งดงามเหมือนดอกไม้ดอกเล็กๆ และอบอุ่นราวแสงแดด

 


และในวันอภิเษกสมรสนั่นเอง ลึกเข้าไปในสุสานของตัวเมือง ริมลำธารที่ไหลผ่านเนินดินในสุสาน บนหลุมฝังศพที่ไม่มีป้ายชื่อหลุมหนึ่ง ต้นไม้เล็กๆ ผลิดอกสีฟ้าบานสะพรั่ง...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ปััจจุบัน

 

 

 

กลุ่มอาสาสมัครช่วยเหลือทหารผ่านศึกเดินตามอาจารย์หมอและนักศึกษาแพทย์เพื่อนำของขวัญไปให้กำลังใจกับทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากสงคราม

 

ควอนจียงเป็นหนึ่งในกลุ่มนั้นด้วย และมีทหารที่ได้รับบาดเจ็บคนหนึ่งก็ทำให้เขาละสายตาจากไปไม่ได้

 

ทหารคนนั้นแข็งแรงและอัธยาศัยดี มีรอยยิ้มอ่อนโยนและอบอุ่น...

 

เขาเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง ใบหูหายไปข้างหนึ่ง และมือหายไปข้างหนึ่ง....

 

 

 

 

 

 

 

 

End ….

 

Tags: bigbang, fiction, gd, yb, ybgd