[oneshot - TopSol] Season Change

posted on 23 May 2011 16:30 by popfic in BB-fic-TOPSOL

Title                 Season Change

By                    pop

Pairing             TopSol

Rate                PG

 

Warning           ฟิคโมโนโทนอีกแล้วละมั้งคะ ^^;>

                        และมัน .... ย๊าวววววว~

 

a/n                   เรื่องนี้ยกให้เป็นฟิควันเกิดบล็อกค่ะ popfic ครบหนึ่งปีแล้วเน้ ต้องขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมเยียนค่ะ ทั้งท่านที่มาสม่ำเสมอ และท่านที่แวะเวียนผ่านมา ขอบคุณทุกท่านที่คอมเม้นน่ารักๆ เป็นกำลังใจให้เค้าเสมอค่ะ (^_^)  ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวฝากบล็อกต่อไปด้วยนะคะ ถึงแม้บางทีจะดอง จะเขียนฟิคพิลึกประหลาดอะไรก็... แหะๆ... อย่าเพิ่งหวาดกลัวหนีไปไหนนะคะ

 

ขอบคุณมากค่ะ m(_   _)m

 

เรื่องนี้จะว่าไป ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง Frankie and Johnny (1991) ค่ะ ตรงที่ยองเบทำงานในร้านอาหาร และฉากตอนจบนั่นแหละค่ะ หนังเรื่องนี้เป็นหนังรักไม่กี่เรื่องที่เราชอบ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรมาก แต่ไม่รู้ทำไม ดูแล้วชอบชะมัด

 

เชิญอ่านดีกว่าค่ะ ยาวละ (^_^);>

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

 

 

 

Spring Waltz

 

 

วันหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ วันที่ดอกซากุระหน้าร้านอาหารอิตาเลียนที่ยองเบทำงาอยู่กำลังบานสะพรั่ง วันที่อากาศสดชื่น แดดอ่อนๆ ทอลอดช่อดอกไม้มาเป็นเงาระยิบบนพื้น วันที่นกตัวเล็กๆ คุยกันจุ๊บจิ๊บอยู่บนหลังคา

 

ยองเบโดนคนขับรถส่งของจีบ...

 

ใครจะไปคิดล่ะ ใช่ไหม ว่าจู่ๆ จะโดนคนที่เพิ่งเคยเห็นหน้าจีบ จีบอย่างเอาเป็นเอาตายด้วย

 

“น่า..นะ ขอเบอร์โทรหน่อยสิ”

 

ยองเบยิ้มขำ แต่ส่ายหน้า เขาเช็ครายการสินค้าต่างๆ ที่ทางร้านสั่งไปเรื่อยๆ มีเจ้าคนขับรถหน้าหล่อแต่ท่าทางกะล่อนเดินตามเรื่อยๆ

 

“นี่... นายชื่ออะไรนะ ยองเบ ยองเบใช่ป่ะ ฉันเห็นจากป้ายชื่อนายไง ฉันชื่อซึงฮยอนนะ ชเวซึงฮยอน นาย... หรือนายมีแฟนแล้วอ่า มีแล้วก็เลิกได้นะ นี่ หรือฉันเป็นกิ๊กก็ได้ ว่าไงล่ะ”

 

เขาหัวเราะ และบอกปฏิเสธไปโดยไม่ต้ัองคิด

 

“ขอบคุณนะซึงฮยอน แต่ฉันไม่สนใจหรอก”

 

ทำไมน่ะเหรอ ก็หมอนั่นน่ะ แววตาแบบนั้นน่ะ เสือชัุดๆ คนแบบนั้นคบได้ที่ไหน กะล่อนที่หนึ่งแบบนี้ ยุ่งด้วยมีแต่จะเสียใจสิไม่ว่า

 

อีกอย่าง ถึงเขาจะชอบผู้ชาย แต่หมอนี่ก็ไม่ใช่สเป๊ค

 

เขาชอบคนน่ารักๆ ยิ้มหวานๆ แต่หมอนี่....

 

ชเวซึงฮยอน ตัวสูง คิ้วเข้ม ตาคม ปากหยักยิ้มมุมปากดูเท่ แต่รวมออกมาทั้งตัวแล้วสะกดได้คำเดียวว่า “อันตราย”

 

ยองเบไม่ชอบอันตราย เขาชอบความสงบ ชอบความมั่นคง

 

“นาย ทำงานที่นี่นานแล้วเหรอ ทำไมฉันไม่เคยเห็นนายเลย”

 

ยองเบละสายตาจากรายการของที่ถืออยู่ เขาหันมองคนที่เดินตามอยู่อย่างขำสุดขีด

 

“นั่นมันคำถามของฉันต่างหาก ฉันต่างหากที่ไม่เคยเห็นนายเลย เพิ่งมาทำงานวันแรกหรือยังไง”

 

ถามไปก็ได้คำตอบเป็นคนตัวสูงหน้าหล่อยกนิ้วโป้งให้

 

“บิงโก นายนี่เก่งจริงๆ ยองเบ ฉันเพิ่งมาทำงานวันแรก”

 

คนตัวเล็กกว่าส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วกลับไปเช็ครายการต่อ

 

“นี่ ซอสมะเขือเทศขาดไปลังนึงนะ”

 

ยองเบนับลังซอส ในรายการบอกมีห้าแต่นี่มีแค่สี่

 

“หือ?”

 

เจ้าบ้าซึงฮยอน ยื่นหน้าข้ามไหล่เขามาซะใกล้ ยองเบอยากจะย่นคอหนี แต่ก็กลัวจะเสียมารยาท เลยได้แต่ยืนคอแข็ง

 

“นี่... ขาดไปลังนึง...อืมม เหรอ?”

 

คราวนี้ต้องย่นหนีจริงๆ เพราะไอ้บ้านั่นไม่พูดเปล่า ก้มมาซุกคอเขาซะเฉย

 

“นี่!”

 

โยกตัวหลบพร้อมกับเอามือปิดต้นคอตัวเองปั้บ ก็ยอมรับนะว่าขนลุก แต่... มันก็ต้องเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ เวลามีใครมาซุกซอกคอตอนไม่รู้ตัว

 

“ฮั่นแน่ ขนลุกซู่เลยสิ แสดงว่าที่บอกไม่สนใจอ่ะ ไม่จริงใช่ม้า”

 

ยองเบหลับตาอย่างระอา มันยังมีหน้าระรื่นพูดได้อีกนะ

 

“เลิกบ้าได้แล้ว ซอสขาดลังนึง เอามาให้ด้วย โอเค๊”

 

เขาทำหน้าเคร่งพูดเสียงเครียด เผื่อคนตรงหน้าจะกลัวบ้าง... แต่ก็เปล่า

 

“ฮี่ๆ อยากเจอฉันอีกล่ะสิ ได้จ้ะ เดี๋ยวซึงฮยอนมาหาใหม่นะ ยองเบจ๋า”

 

“ไม่ใช่มาหาฉันเว้ย เอาซอสที่ขาดมาต่างหาก”

 

ยองเบโมโหก็โมโห ขำก็ขำ แต่คนขับรถบ้าๆ บอๆ ก็ส่งจูบให้ แล้วขึ้นรถขับออกไปเสียแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

Summer Splash

 

 

ฤดูร้อนแล้ว ดวงอาทิตย์กลมโตส่องแสงแรงอยู่บนฟ้า

 

ชเวซึงฮยอนยังคงเทียวไล้เทียวขือหนุ่มตัวเล็กพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารอิตาเลียนที่เขาเจอเมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมาอยู่ แต่ตอนนี้เขาไม่ได้ขับรถส่งวัตถุดิบแล้วหละ เขาเลิกแล้ว เพราะเบื่อ เขาอยากทำอะไรที่มันมีประโยชน์กับสังคมบ้าง คือ จู่ๆ ก็อยากเป็นคนกินอุดมคติซะงั้น

 

เขาเอาเรื่องนี้ไปบอกยองเบสุดที่รักที่ยังไม่ยอมรับรักของเขา หมอนั่นก็เอาแต่ยิ้ม แล้วบอกว่าเขาอยากทำอะไรก็ทำไปสิ

 

“ยองเบ ฉันนะ คิดว่าก่อนตาย ฉันอยากทำอะไรเพื่อสังคมหละ”

 

เขานั่งอยู่กับยองเบที่ม้านั่งในสวนสาธารณะตอนหัวค่ำ วันอังคารกับพฤหัสยองเบจะเข้ากะกลางวัน แล้วเลิกงานหัวค่ำเพื่อไปเรียนหนังสือ ซึงฮยอนมารู้ทีหลังหมอนั่นหาเงินส่งตัวเองเรียนมหาลัยภาคค่ำจนจะจบแล้ว

 

“อืม”

 

ยองเบตอบเขาเท่านี้แล้วก็ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ

 

“ยองเบอา ไม่ฟังกันเลยนะ”

 

ซึงฮยอนแกล้งทำเสียงเง้างอน และมันก็ได้ผล พนักงานร้านอาหารตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาถอนใจใส่เขาไปที

 

“ฟังสิ นายอยากทำอะไรที่มีประโยชน์กับสังคม แล้วก็ เลิกทำหน้างอนเถอะ มันไม่น่ารักเลย เข้าใจป่ะ ไม่ น่า รัก”

 

แล้วก็หัวเราะนิดๆ เมื่อซึงฮยอนยิ่งทำหน้างอนมากขึ้น

 

“ใช่สิ ฉันมันไม่น่ารักเหมือนจียงนี่นา”

 

คราวนี้ยองเบหัวเราะดังเลย ปิดหนังสือด้วย

 

“ใช่ นายไม่น่ารักเหมือนจียง”

 

คนตัวเล็กก้มมองนาฬิกาข้อมือ

 

“ฉันต้องไปละ วันนี้มีสอบ”

 

แล้วก็ผุดลุกขึ้น เก็บของใส่เป้

 

“นายจีบจียงติดหรือยังอ่ะ”

 

ถามเองก็เจ็บเองนะเนี่ย ชเวซึงฮยอนเอ๊ย จียงเป็นเพื่อนที่เรียนด้วยกันกับยองเบ และเป็นคนที่ยองเบตามจีบมาพักใหญ่แล้ว แต่ก็ยังเป็นได้แค่เพื่อน ยองเบเคยบอก สองสิ่งที่เขาตั้งใจจะทำให้สำเร็จ คือหนึ่งเรียนให้จบ และสองจีบจียงให้ได้

 

คนที่ยืนอยู่ส่ายหัว ไม่เงยหน้ามามองกันด้วยซ้ำ

 

“ดีแล้ว ตราบใดที่นายยังจีบหมอนั่นไม่ติด ฉันก็จะได้จีบนายต่อไป”

 

คราวนี้เงยหน้ามามองกันจนได้

 

“ไม่เบื่อเหรอซึงฮยอน ทำแบบนี้”

 

ยองเบถามเขาด้วยน้ำเสียงแบบสงสัยจริงจัง

 

“แล้วนายเบื่อจีบจียงหรือเปล่าล่ะ?”

 

เขาถามกลับ และหมอนั่นก็ส่ายหัวอีก แต่แล้วยองเบก็นิ่วหน้า

 

“แต่ฉันกับนายมัน...”

 

ซึงฮยอนไม่ยอมให้ยองเบพูดจนจบประโยค

 

“ฉันกับนายก็คนเหมือนกัน ยองเบ คนอย่างฉันก็รักใครจริงเป็นเหมือนกัน”

 

คราวนี้ยองเบเงียบ หลบตา เอาเป้สะพายบ่า พยักหน้าให้เขาแล้วเดินจากไป 

 

 

 

 

 

“ซึงฮยอนอา!... ฉันสอบผ่านแล้วนะ!”

 

เสียงคุ้นเคยตะโกนมาจากข้างทาง ซึงฮยอนหันไปเห็นยองเบนั่งยิ้มอยู่ เขายอมแลกทุกอย่างกับรอยยิ้มนั่นเลยทีเดียว

 

หนุ่มตัวสูงดับเครื่อง แล้วโดดลงจากรถ แปรงขนาดใหญ่สามอันค่อยๆ หมุนช้าลงจนหยุดในที่สุด

 

ตอนนี้ชเวซึงฮยอนเป็นคนขับรถขัดถนนของเทศบาลเมือง เขาตื่นแต่เช้ามาขัดถนนรอบเมืองตั้งแต่ตีห้า และจะมาถึงหน้าอพาร์ทเมนท์ของยองเบตอนหกโมงครึ่งของทุกวัน

 

วันนี้ คนตัวเล็กนั่งรอเขาอยู่ที่บันไดทางขึ้น และยิ้มให้แบบนั้น

 

ซึงฮยอนก้าวยาวๆ จากริมถนนไปหาคนที่นั่งยิ้มอยู่ตรงบันได รวบร่างเล็กขึ้นมากอดก่อนจะหมุนไปรอบๆ

 

ยองเบร้องอย่างตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหัวเราะร่วน

 

ค่ำวันนั้น ซึงฮยอนกะเวลายองเบเลิกงาน ไปดักรอที่ทางออกด้านหลังร้าน

 

“เฮ้!”

 

เขาทักคนตัวเล็กกว่าที่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ

 

“ไปฉลองกัน”

 

ในถุงซุปเปอร์มาร์เกทที่ซึงฮยอนถือมีลูกพีชสดน่ากินจำนวนหนึ่งกับสปาร์คลิงวอร์เทอร์รสที่ยองเบชอบอีกสองขวด

 

รอยยิ้มที่ยองเบมอบให้เป็นรอบที่สองของวันทำเอาซึงฮยอนแทบบินได้

 

คืนฤดูร้อนที่สดใส ลูกพีช น้ำรสซ่า และคนน่ารักบนเก้าอี้ยาวในสวนสาธารณะ

 

ซึงฮยอนรู้สึกว่ามันเป็นปาร์ตี้ที่สนุกยิ่งกว่าครั้งไหน

 

 

 

 

 

 

 

Autumn Afternoon

 

 

“ดูสิยองเบ นี่ใบเมเปิ้ลสีแดงใบแรกของปีนี้นะ”

 

ซึงฮยอนแวะมาหายองเบในตอนบ่ายวันหนึ่ง ตอนที่ร้านอาหารปิดพัก ก่อนจะเปิดอีกครั้งในช่วงเย็น

 

ยองเบสอบเสร็จแล้ว และกำลังจะได้ใบประกาศนียบัตร ยองเบกำลังจะจบการศึกษา

 

สิ่งหนึ่งที่เขาตั้งใจไว้กำลังจะสำเร็จ แต่อีกอย่างดูยังห่างไกลความจริง

 

จียงยังไม่สนใจเขาเลย

 

“อืม สวยดีนี่”

 

ยองเบสวมชุดบริกรและคาดผ้ากันเปื้อนของร้าน ซึงฮยอนชอบ เขาว่ามันดูน่ารักดี ทำให้ยองเบเหมือนเพนกวินตัวเล็กๆ สีดำขาว แต่เขาไม่เคยบอกเจ้าตัวหรอกนะ และคิดว่าจะไม่บอกด้วย

 

น่าแปลก ทั้งที่วันนี้อากาศดี เดือนปีหมุนเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว และกลิ่นอายของความอุดมสมบูรณ์อวลอิ่มอยู่ในอากาศ แต่ทงยองเบกลับดูเซื่องซึม

 

“เป็นอะไรไป”

 

จริงๆ ซึงฮยอนไม่ต้องถามก็เดาได้ พักหลัง หลังจากสอบมานี่แหละ ยองเบกับจียงดูเหมือนจะมีเรื่องระหองระแหงกัน ยองเบไม่ได้เล่าหรอกว่ามีเรื่องอะไร แต่มันทำให้ยองเบไม่ไปหาจียงบ่อยนัก และมีเวลาอยู่กับซึงฮยอนมากขึ้น นั่นแหละ ที่ทำให้ซึงฮยอนไม่ถาม

 

“หืม? ไม่มีไรนิ่”

 

คนตัวเล็กปากแข็งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้