[LF - YBGD] You're My (6/?)

posted on 15 Dec 2011 11:16 by popfic in BB-fic-YouAreMy
Title        You're My (6/?)
By           pop
Pairing    YBGD
Rate        NC-17
Status     long fic  /  WIP 

Warning  อย่าลืม...ว่ายองเบตบจูบนะคะเรื่องนี้ xD .... 




++++++++++++++++++++++++
 
 
 
 

แต่ปรากฏว่า เย็นนั้นยองเบไม่ได้เจอกับจียงอย่างที่อยาก

เพราะครูฝ่ายปกครองเรียกอีกฝ่ายไปพบหลังเลิกเรียน แน่นอน เพราะเรื่องชกต่อยนั่นแหละ จียงรอยองเบที่ป้ายรถเมล์อยู่นาน จนสุดท้าย เจ้าตัวถึงส่งข้อความมาบอกใ้ห้เขากลับไปก่อน เพราะครูฝ่ายปกครองต้องการเรียกพบผู้ปกครอง แต่พี่ชายของยองเบไม่อยู่ กว่าจะกลับมาก็วันเสาร์ ตอนนี้พวกครูกำลังประชุมกันว่าจะำทำยังไงกับเด็กคนนี้ดี

จียงบอกว่าจะรอต่อ ยองเบเลยบอกให้ไปรอที่ร้านสัก

จียงรอจนถึงเกือบสองทุ่ม คนตัวหนาถึงได้เปิดประตูเข้าร้านมาด้วยสีหน้าเซ็งโลก

“โดนกี่วันวะ” เป็นคำแรกที่พี่เบคกี้ทัก ยองเบโยนกระเป๋าตุ้บไปบนโซฟาโทรมๆ แล้วทิ้งตัวลงนอนทับ

“สอง ถึงวันศุกร์อ่ะ แล้ววันเสาร์พอพี่กลับมาครูบอกให้ไปพบ สงสัยเรียกไปด่า อะไรกันนักหนา”

“จะให้เก็บไอ้ปากหมานั่นให้ป่ะ” รุ่นพี่ตัวจิ๋วเงยหน้าจากนิตยสารรถที่อ่านอยู่มาสบตา แต่ยองเบส่ายหน้า

“ไม่เป็นไร ช่างมันเหอะ มันคงไม่กล้าแล้วหละ”

จียงยังคงเงียบ เขาพูดไม่ออก ยองเบโดนพักการเีรียนจริงๆ ด้วย

“แม่ง เถียงกันอยู่ได้ ข้างนึงก็บอกให้ไล่เด็กเกเรออก อีกข้างก็บอกเด็กเกเรพัฒนาแล้ว สอบได้คะแนนดีมากให้อยู่ต่อ โว้ยย น่ารำคาญอิ๊บเลยพี่ ไม่ได้สนเล้ยยย ว่าไอ้เด็กเกเรที่พวกมันพูดถึงอ่ะ นั่งหัวโ่ด่อยู่ตรงนั้น”

จียงใจแป้ว เมื่อได้ยินว่ามีการเสนอให้ไล่ยองเบออก เขาลุกขึ้น เดินไปยืนตรงหน้าคนตัวหนาที่ยังแผ่อยู่บนโซฟา

“ยองเบ ห้ามทำตัวเกเรแบบนั้นอีกแล้วนะ หรือ... ถ้าต้องทำก็ไม่ใช่ในโรงเรียน ไปแอบทำที่ไหนก็ได้ อย่าให้ใครจับได้”

“บ๊ะ ไอ้แห้ง พัฒนาแล้วนี่หว่า เริ่มเข้าใจโลกมากขึ้นแล้วใช่มั้ยล่ะแก” เป็นพี่เบคกี้ที่พูดขึ้น

“เปล่า ผมไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น ผมแค่ไม่อยากให้ยองเบโดนไล่ออก” จียงยังคงจ้องคนที่เอนหลังอย่างสบายไม่สนใจอะไร

“ได้ไหมยองเบ อย่าทำอีกนะ” จียงย้ำ ยองเบยิ้มน้อยๆ

“ถ้านายขอ.... ฉันจะไม่ทำก็ได้” คำตอบกลั้วหัวเราะ ทีเล่นทีจริง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย จียงถอนใจยาว แล้วยื่นมือไปหายองเบ

“กลับกันเถอะ เหนื่อยมากใช่ไหม วันนี้ไม่ต้องไปส่งฉันก็ได้ เดี๋ยวฉันเดินไปกับนายถึงสถานีนะ” เวลาที่ยองเบไม่เอารถมาจะกลับบ้านด้วยรถไฟ ยองเบหัวเราะ

“ควอนจียง นายจะแมนไปไหน” จียงค้อนขวับ

“ทงยองเบ ฉันก็เป็นผู้ชายนะ อย่าลืม” จียงเท้าสะเอว แต่ยองเบยังยิ้มให้เขาหน้าทะเล้น

“ไม่ได้ลืมซักหน่อย...” แล้วคนตัวหนาก็เด้งตัวขึ้นยืนประจันหน้า มือใหญ่ๆ ยกขึ้นแปะหน้าอกเขา ปุ

“แบนแบบเนี้ย จะลืมได้ไงอ่ะ” จียงหน้าแดงแปร๊ด ยกมือขึ้นฟาดผั่วะ แต่ยองเบพลิกตัวหลบแล้ววิ่งหนีออกไปนอกร้าน

“ทะลึ่ง” คนตัวบางบ่นหงุบหงับ ก่อนที่เสียงห้าวๆ ของพี่ชายตัวสูงใส่หมวกหลังเคาน์เตอร์จะดังขึ้นเป็นครั้งแรก

“อย่าไปถือมันเลย มันเครียดก็เลยทำเป็นเล่นไปแบบนั้นเอง” จียงถอนใจ มองตามยองเบที่ออกไปยืนอัดบุหรี่อยู่หน้าร้าน

“ผมรู้ฮะ ผมก็ห่วงเหมือนกัน”

“หมอนั่น ถ้าโดนพักการเรียนอีกรอบเดียวก็จะหมดสิทธิ์สอบ อย่างดีก็ซ้ำชั้น แต่ถ้าร้ายก็ต้องออกไปเลย” จียงหันมองพี่เบคกี้ที่นานๆ จะพูดอะไรเป็นเรื่องเป็นราว

“มันเป็นเด็กใจร้อน ทำอะไรไม่ค่อยระวังตัว แกก็ดูๆ มันหน่อยนะไอ้แห้ง รั้งๆ มันไว้บ้าง”

จียงย่นคิ้ว แล้วพยักหน้ารับ

“สองวันนี่ฉันจะเก็บมันไว้ที่ร้าน ไม่ให้ไปทำเรื่องที่ไหน ไม่ต้องห่วง” พี่เท็ดดี้พูดต่อ

“เลิกเรียนแล้วมาหามันที่นี่ก็แล้วกัน” จียงยิ้มจางให้คนอายุมากที่สุด ก่อนจะหยิบกระเป๋านักเรียนของตัวเองและของยองเบมาถือไว้

“ขอบคุณครับ งั้นวันนี้ผมกลับก่อนนะครับ” เขาโค้งลาทุกคนแล้วเดินออกมาหายองเบที่หน้าร้าน

 

“ยองเบอา... กลับกันเถอะ” ยองเบหันมา ทิ้งบุหรี่ลงกับพื้นแล้วเอาเท้าขยี้ คนตัวหนาที่ตอนนี้สีหน้าไม่มีแววยิ้มแย้มอีกแล้วยื่นมือมารับกระเป๋า แล้วเลยฉุดจียงเข้าไปกอดไว้ด้วย

“ขอบใจนะจียง” เสียงทุ้มพร่ากระซิบอยู่ข้างหู จียงไม่รู้หรอกว่ายองเบขอบคุณเขาเรื่องอะไร แต่ก็พยักหน้ารับกับไหล่แกร่ง

“จะให้ฉันไปส่งที่บ้านไหม” จียงถามล้อๆ เมื่อยองเบยอมปล่อย

“แค่ไปส่งเหรอ ไม่ไปค้างเหรอ” แต่โดนล้อกลับแบบนี้จียงก็หน้าแดง ยองเบยิ้มอ่อน มือหนายกขึ้นประคองข้างแก้มขาว

“พูดเล่นน่ะ... วันนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องอะไรเยอะเกินไป นายคงเหนื่อยแล้ว ไว้ก่อนก็แล้วกันนะ เดี๋ยวฉันไปส่งนายก่อนก็แล้วกัน” จียงพยักหน้ารับ รู้ดีว่าคนที่เหนื่อยกว่าเขาคือยองเบนั่นแหละ คนตรงหน้าคงมีอะไรให้คิดเยอะไปหมด เขารู้ว่าการใช้เวลาคิดเงียบๆ คงดีที่สุดสำหรับยองเบ

“พรุ่งนี้เลิกเรียนฉันจะมาหาที่ร้านนะ” ยองเบพยักหน้ารับ จูงมือจียงเดินไปตามทาง

 

 

 

 

 

 

 

 

“จียงนาย... เป็นอะไรหรือเปล่า” จียงเงยหน้าจากสมุดจดเมื่อได้ยินคำถามนั้น เพื่อนในกลุ่มที่กินข้าวด้วยกันสองสามคนยืนอยู่หน้าโต๊ะเขา สีหน้าเป็นห่วง

“หือ? ฉันเหรอ? ฉันไม่เป็นอะไรนี่” เขายิ้มอ่อน หันสบตาทุกคน

“เฮ้ออออ หมดห่วงไปที ฉันนะ ตกใจแทบแย่ตอนที่นายจู่ๆ ก็ด่าหมอนั่นออกไปน่ะ” ฝาแฝดดนนี่โดดขึ้นนั่งบนโต๊ะข้างๆ พลางถอนใจ

“ใช่ แล้วหมอนั่นยังวิ่งตามนายไปอีก น่ากลัวชะมัด นึกว่านายจะโดนต่อยซะแล้ว” ฝาแฝดอีกคนทรุดตัวลงนั่งยองๆ หน้าโต๊ะ ท่าทางหมดแรงพอกัน เพื่อนคนอื่นพากันอือออสนับสนุน

“แล้ว... หมอนั่นตามนายเจอหรือเปล่า” ใครบางคนถามขึ้น จียงนิ่งไป เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วยิ้ม

“เจอสิ เขาวิ่งเร็วกว่าฉันนะ” สิ้นคำจียงทุกคนก็ฮือฮาอย่างตกใจและหวาดกลัว

“หมอนั่นทำอะไรนายหรือเปล่า” ใครอีกคนร้องขึ้นอย่างเป็นห่วง แต่จียงยิ้มกว้างขึ้นแล้วส่ายหน้า

“ยองเบไม่ทำอะไรฉันหรอก” คราวนี้เพื่อนๆ เงียบกริบ

“จียงอา... ทำไมนายถึง... นายเรียกหมอนั่นว่ายองเบ... เหมือนกับสนิทกันอย่างนั้นแหละ”

จียงยิ้มมากกว่าเดิม เขาลุกขึ้น รวบสมุดที่จดโน้ตเรียบร้อยเป็นตั้งเดียวกัน

“ก็สนิทกันน่ะสิ ... พวกนายคิดว่าใครติวให้ยองเบกันล่ะ? ฉันไปหาอาจารย์ที่ห้องก่อนนะ ต้องเอานี่ไปส่ง” จียงชูสมุดแล้วทำท่าจะผละไปแต่ดนนี่เรียกเขาไว้

“เดี๋ยวก่อน จียง... นายบอกว่านายติวให้หมอนั่นเหรอ” จียงพยักหน้า

“แต่นายด่าทงยองเบว่างี่เง่า” จียงพยักหน้าอีก ดนนี่เอียงหัวไม่เข้าใจ

“ก็การใช้กำลังน่ะ มันงี่เง่าไม่ใช่เหรอ” จียงฉีกยิ้มกว้างเมื่อเพื่อนๆ พยักหน้าอย่างเห็นด้วยแล้วขอตัวผละออกมา เมื่ออยู่คนเดียวที่ระเบียงทางเดินว่างๆ เขาก็ถอนใจหนักๆ

ยองเบ ฉันขอโทษนะ ฉันทนเก็บเรื่องที่เรารู้จักกันไว้เป็นความลับไม่ไหวแล้ว ฉันอยากบอกทุกคน ว่าฉันรู้จักนาย ว่าฉันเป็นแฟนนาย 

“ขอโทษนะยองเบ”

 

 

 

 

 

 

 

แน่นอน ว่าเรื่องที่ทงยองเบสอบได้คะแนนดีเพราะควอนจียงเป็นคนติวให้ดังสะพัดไปทั้งโรงเรียน

เย็นวันนั้นอาจารย์ฝ่ายปกครองเรียกจียงไปพบที่ห้องพักครู

“ครับอาจารย์ ผมเป็นคนติวให้ยองเบเอง เขาบอกว่าอยากทำคะแนนให้ดีขึ้น” สิ่งที่จียงบอกไปเป็นความจริง ถึงแม้จะไม่ครบทุกเรื่องก็ตาม 

“เขาบอกอย่างนั้นเหรอ เขาอยากสอบได้ดีๆ เหรอ”

จียงพยักหน้าอีก

“ครับ ทงยองเบอยากเรียนจนจบครับ เขาพยายามอ่านหนังสือเยอะมาก และที่จริงแล้วน่ะ เขาหัวดีมากด้วยครับ”

“อา... อย่างนี้เองสินะ หัวดีแต่ขี้เกียจ ดีมากควอนจียง ครูต้องฝากเธอดูแลทงยองเบด้วยนะ” อาจารย์ประจำชั้นของเขาเดินมาตบบ่า คนอื่นๆ ก็พยักหน้า แม้แต่อาจารย์ฝ่ายปกครอง 

“ถ้าเขาใฝ่ดี ตั้งใจเรียนก็เป็นเรื่องทีดี ขอให้เธอชักจูงเขามาในทางที่ถูกต้องด้วยนะ ควอนจียง” 

จียงรับคำอาจารย์ทุกคนแล้วขอตัวกลับบ้าน

เย็นวันนั้น ข่าวที่อาจารย์ฝากฝังทงยองเบไว้กับควอนจียงก็ดังสะพัดไปทั้งโรงเรียน

จียงไม่อยากนึกเลยว่าเขาต้องเจอกับอะไรถ้ายองเบรู้เรื่องนี้ ...

 

 

 

 


“ทำอะไรของนายกัน ห๊า!!!!!”



จียงย่นคอหนียองเบที่ตอนนี้ดูตัวโตกว่าเดิมหลายเท่า

เด็กหนุ่มตัวผอมค่อยๆ ถอยหนีคนที่กำลังโกรธจัดตรงหน้า จนตัวไปลีบติดอยู่ที่กำแพงด้านหนึ่ง

“ทำแบบนั้นทำไมกัน ห๊า? บอกมาซิ? ทำให้ฉันดูเป็นไอ้งี่เง่าอ่อนแอ ทำให้ฉันกลายเป็นพวกแหยๆ ชื่อเสียงฉันน่ะ สร้างมานานแค่ไหนรู้มั้ย? แล้วนายทำให้ฉันกลายเป็นไอ้เด็กเนิร์ดหลังห้องในวันเดียวแบบเนี้ยนะ? นายรู้มั้ย ไอ้พวกนั้นมันมาคุยกับฉัน!! ไอ้พวกเด็กแว่นนั่น มัน มา คุย กับ ช้านนนนน!!!!”

ยองเบตะโกนใส่หูดังลั่นจนจียงต้องยกมือปิด

“มันบอกว่า ดีจังที่นายคิดจะกลับตัว ยังไงมากินข้าวกับพวกเราก็ได้นะ โฮ่ยยยย จะอวก!!!!” 

ยองเบจีบปากจีบคอทำเสียงเล็กเสียงน้อยเลียนแบบพวกเพื่อนของจียงได้เหมือนซะจนเขาอดหัวเราะออกมานิดๆ ไม่ได้ และทำให้ยองเบยิ่งถลึงมองเขาจนตาเล็กๆ แทบถลนออกมานอกเบ้า

“แล้วยังไอ้พวกครูอีก มาทำเป็นให้กำลังใจ จะบ้าเหรอออออ!!!”

ยองเบยันมือโครมเข้าข้างใบหน้าที่ก้มเกือบชิดอกของจียงพร้อมกับตะโกนกรอกข้างหู

“ฉันไม่ใช่เด็กมีปัญหานะโว้ยยย ไม่เคยหมดกำลังใจ ไม่เคยเป็นห่าอะไรแบบที่พวกมันคิดซักนิดเว้ย ฉันแค่ชอบของฉันแบบนี้ อยากเป็นแบบนี้เองต่างหากเล่า เว้ยยย น่ารำคาญที่สุด”

โวยวายๆ แล้วกันยันตัวออกไปโหวกเหวกฮึดฮัด ก่อนจะพุ่งใส่จียงที่ต้องทำตัวลีบติดกำแพงอีกครั้ง

“ทั้งหมดก็เพราะนาย!!! ควอนจียง เพราะ นาย คน เดียว!!!”

จียงยังคงทำคอย่นหลับตาปี๋ ไม่ได้เพราะกลัวหรืออะไร จียงเลิกกลัวยองเบมาได้พักใหญ่แล้ว แต่เพราะเสียงยองเบดังจนแก้วหูจะแตกต่างหากล่ะ เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นข้างหนึ่งก็เห็นปลายจมูกของยองเบ พอเหลือบขึ้นมอง ก็สบกับดวงตาเรียวเล็กดุร้ายขุ่นมัวหัวเสียที่สุด เขาเลยพลิกหน้า จูบปลายจมูกนั่นไปเบาๆ ทีหนึ่ง จียงรอ.... ไม่กี่วินาที ยองเบก็ปล่อยเขาพร้อมกับออกไปกระโดดๆ ทึ้งหัวตัวเองพร้อมกับโวยวายหนักกว่าเก่า

จียงยืนพิงกำแพงอยู่ที่เดิมพร้อมกับยิ้ม

“แกรู้วิธีจัดการกับไอ้ยองเบแล้วนี่หว่าไอ้แห้ง”

มือเล็กข้างหนึ่งตบบ่าเขา จียงหันไปยิ้มและก้มหัวให้พี่เบคกี้อย่างสุภาพ ถึงจะคบกับกลุ่มนักเลง จียงก็ยังเป็นเด็กเรียบร้อยที่มีสัมมาคารวะ

“เล่นเอาซะมันเส้นเลือดในสมองจะแตกตาย” เสียงยานคานดังมาจากหน้าห้องสักที่เปิดม่านเอาไว้ พี่จินฮวานยืนกอดอกส่ายหน้ามองยองเบที่เริ่มรื้อทำลายข้าวของในร้านอย่างระอา

“ไอ้ยองเบ รื้อแล้วเก็บด้วยนะมึง ไม่เก็บให้เหมือนเดิมมึงตาย”

พี่ชายตัวขาวที่นั่งอ่านการ์ตูนอยู่ดีๆ เหลือบตาขึ้นมาทำหน้าโหดใส่ ทำเอายองเบฮึดฮัดอย่างขัดใจ จียงที่แอบอมยิ้มเลยเดินไปช่วยเก็บเงียบๆ

“โห ไอ้แห้ง เอาใจมันเกินไปมั้่ย มันรื้อเองก็ให้มันเก็บเองไปสิ” เสียงยานคานของพี่จินฮวานเอ่ยขึ้นอย่างรังเกียจ

“มันอิจฉาน่ะ ไม่มีใครเอาใจมันแบบนี้มั่ง” เป็นพี่เบคกี้ที่พูดกลั้วหัวเราะพร้อมกับเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาปุปะตัวโปรด

“ก็มึงแหละ ไม่เอาใจมัน” พูดไม่ทันจบประโยคพี่เท็ดดี้ก็โดนก้อนกระดาษปาใส่เต็มหน้า

“พูดห่าอะไร!” พี่ชายตัวเล็กขาโหดขู่แฟ่ด แต่คนที่โดนพาดพิงถึงกลับหัวเราะชอบใจ ขาโหดเลยฉีกหนังสือพิมพ์มาปั้นขว้างใส่มันบ้าง

แ่ต่ถ้าจียงมองไม่ผิด เขาว่าเขาเห็นพี่เบคกี้หน้าแดงนิดหน่อยด้วยหละ

“เข้าห้องไปเลยนะมึง” พี่เบคกี้ยังปั้นกระดาษปาใส่พี่เท็ดดี้ และพลอยปาใส่พี่จินฮวานที่ถอยเข้าห้องพร้อมเสียงหัวเราะหึหึอย่างสงบ

“นี่” จียงหันไปเพราะยองเบสะกิด คนตัวหนาหน้าบึ้งแต่ดูไม่โกรธแล้ว

“เผ่นกันเถอะ” ยองเบกระซิบกับเขาด้วยเสียงต่ำๆ มือหนาประสานเข้ากับมือเขา ก่อนจะดึงให้ค่อยๆ ย่องไปทางประตู สงครามกระดาษปั้นยังดำเนินอยู่ พี่เท็ดดี้กับพี่เบคกี้ยังผลัดกันปั้นกระดาษขว้างปาไปมา ส่วนพี่จินฮวานหลบเข้าห้องสักไปแล้ว

ยองเบเปิดประตูร้านอย่างเบามือที่สุด...

แต่เสียงกระดิ่งที่ผูกไว้ด้านบนก็ดังจนได้

“วิ่ง!!”