[SF - YBGD] YOU'RE MY (7/?)

posted on 31 Mar 2012 18:56 by popfic in BB-fic-YBGD directory Fiction

Title        You're My (7/?)

By           pop

Pairing    YBGD

Rate        NC-17

Status     Shot fic  /  WIP 

Warning  อย่าลืม...ว่ายองเบตบจูบนะคะเรื่องนี้ xD .... 

 

a/n มันจบค้างไปหน่อยนะฮับ กำลังปั่นต่ออยู่ ตอนหน้าคงไม่ดองนานเท่าตอนนี้แล้วฮับ ^^'> ต้องขอโทษด้วย ช่วงที่ผ่านมามันนรกงานจริงๆ หลังจากหมดช่วงนรกไปคงพอหายใจหายคอได้บ้างแล้วฮับ 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 


ยองเบพาจียงขึ้นรถไฟไปห้าสถานีแล้วเปลี่ยนสาย แล้วนั่งต่อไปอีกสี่สถานี นับว่าไกลจากโรงเรียนพอสมควร จียงเข้าใจแล้วว่าทำไมยองเบถึงขับมอร์เตอร์ไซค์มาที่ร้านสักก่อน แถวนั้นเป็นเขตที่อยู่อาศัยชานเมืองเก่า ระหว่างบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยบางครั้งก็มีโรงงานขนาดครัวเรือนใหม่บ้างโทรมบ้าง อู่ซ่อมรถ หรือโกดังเก็บสินค้าแทรกอยู่เป็นระยะๆ

 

บ้านของยองเบอยู่ห่างจากหลังอื่น ข้างๆ ตัวบ้านไม้สองชั้นเก่าๆ เป็นโรงรถใหม่เอี่ยมสูงเท่าตัวบ้าน หลังคาเป็นอัลลอย ในโรงรถมีรถบรรทุกหกล้อสภาพดีจอดอยู่คันหนึ่ง ชั้นล่างของบ้านเป็นอู่ซ่อมรถมอร์เตอร์ไซค์และจักรยาน มีคุณลุงท่าทางใจดีกำลังเก็บเครื่องไม้เครื่องมืออยู่ตอนที่ทั้งสองคนไปถึง

 

“ลุงฮวังสวัสดีครับ จะกลับแล้วเหรอครับ” จียงเลิกคิ้ว เขาไม่เคยได้ยินยองเบพูดเพราะขนาดนี้มาก่อน

 

“อ่าว ยองเบกลับมาแล้วเหรอ แล้วนั่นพาใครมาด้วย” คุณลุงท่าทางใจดียิ้มแย้มพลางเช็ดมือเปื้อนน้ำมันเครื่องกับผ้าขนหนูมอมๆ บนโต๊ะ

 

“เพื่อนครับ มาติวหนังสือ” ยองเบตอบ จียงยิ้มโค้งทักทายอย่างสุภาพ

 

“สวัสดีครับ ควอนจียงครับ” และได้คำตอบเป็นยิ้มกว้างจากคนอายุมากกว่า

 

“เอ้า ดีๆ มาติวหนังสือกันก็ดีแล้ว ยองเบนี่ม.ปลายแล้วใช่ไหม ตั้งใจเรียนก็ดีแล้ว” ลุงฮวังวางผ้าลงแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเครื่องมือใบเล็ก

 

“ลุงกลับก่อนนะยองเบ พี่เราอยู่ข้างหลังแน่ะ ทำกับข้าวอยู่ล่ะมั้ง”

 

“ครับ กลับดีๆ นะครับ” ยองเบเดินไปส่งลุงฮวังที่ประตูหน้า พูดคุยกันไปด้วย จียงยืนคว้างอยู่ข้างมอร์เตอร์ไซค์ที่นอนหงายท้องมีล้อข้างเดียวดูน่าสงสาร เขามองไปรอบๆ อย่างสนเท่ห์และตื่นตากับชีวิตของยองเบที่เขาไม่เคยเห็น จียงกำลังหยิบคีมหน้าตาแปลกๆ เล่นเมื่อยองเบเดินกลับมาหา

 

“มาสิ จะแนะนำให้รู้จักพี่” ทำไมไม่รู้ จียงรู้สึกว่ายองเบเป็นเด็กขึ้น เรียบร้อยและน่ารักขึ้นพอก้าวเข้ามาในบ้าน เหมือนคนคนนี้ไม่ไว้ใจโลก ไม่ชอบใจคนนอก แต่สามารถผ่อนคลายได้พอมาอยู่ในที่ของตัวเอง

 

“พี่” ยองเบตะโกนเรียกเสียงดังมือก็จูงจียงเดินเข้าไปด้านหลังของอู่

 

“ว่า?” มีเสียงผู้ชายตอบกลับมา จียงเห็นยองเบยิ้มกว้าง

 

“นี่จียง” ยองเบจูงเขาผ่านม่านบังตาทำจากแถบพลาสติกลายทะเลฮาวายสีสด ดูเหมือนคนละโลกกับเครื่องยนต์และสนิมน้ำมันที่อู่ด้านนอก 

 

ผู้ชายคนหนึ่งหันมายิ้มให้ ในมือใหญ่มีหม้อขนาดเล็กกับทัพพี ผู้ชายคนนั้นสูงกว่ายองเบนิดหน่อย มีใบหน้ากับรอยยิ้มที่คล้ายคลึง ราวกับสแตมป์ “สำเนาถูกต้อง” เอาไว้

 

“สวัสดีครับ ควอนจียงครับ” จียงโค้งให้อย่างสุภาพ พยายามดึงมือจากการเกาะกุมของยองเบแต่ไม่ได้ผล คนข้างตัวหันมายิ้มเผล่ให้เสียอีก

 

“แฟนผมเอง” ขาดคำยองเบจียงก็ตาเหลือก หันไปมองคนตัวล่ำสลับกับคนอายุมากกว่าเลิกลัก เสียงหัวเราะดังลั่นของคุณพี่ชายไม่ได้ทำให้จียงใจชื้นขึ้นสักนิด

 

“เค้ายอมเป็นแฟนแกแล้วหรือแกโมเมเอาเอง” พี่ชายยองเบหันกลับไปคนของในหม้อต่อ

 

“ยอมแล้วสิ ไม่งั้นไม่พามาบ้านหรอก” ยองเบย่นจมูกใส่หลังกว้างๆ ของพี่ชายตัวเองทีหนึ่ง ก่อนจะจับจียงนั่งที่เก้าอี้

 

“นั่งนี่นะ จะหาข้าวให้กิน”

 

“พี่ชื่อฮยอนเบนะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก แฟนยองเบก็น้องพี่” จียงที่ยังหน้าตาตื่นไม่สามารถเอ่ยตอบอะไรคนแก่กว่าได้ เขาเพียงแต่ก้มหัวอย่างเงอะงะ และนั่งตัวเกร็งเป็นท่อนไม้อยู่ที่โต๊ะกินข้าวขณะที่พี่น้องสองคนหยิบจับจานชามพลางพูดคุยกันเรื่องดินฟ้าอากาศ

 

ยังกับยองเบไม่ได้เพิ่งบอกว่ามีแฟนเป็นผู้ชายยังงั้นแหละ... โอย... จียงจะทำหน้ายังไงดีนะ

 

 

 

 

แต่มื้ออาหารก็ผ่านไปอย่างราบรื่น พี่ฮยอนเบทำข้าวราดหมูผัดกิมจิกับแกงจืดสาหร่าย อาหารง่ายๆ แบบผู้ชายๆ จียงมองไปรอบตัว บ้านหลังนี้ไม่มีอะไรที่ดูเป็นผู้หญิงอยู่เลยนอกจากม่านพลาสติกนั่น

 

“พี่ไปก่อนนะ ล้างจานด้วย” พี่ชายของยองเบเดินเข้ามาบอกหลังจากหายตัวไปเข้าห้องน้ำครู่หนึ่ง

 

“อื้ม คราวนี้ไปไหนอ่ะ” จียงหันมองยองเบเดินไปหยิบแอปเปิ้ลสองลูกกับกาแฟกระป๋องใส่ถุงพลาสติกส่งให้พี่ชาย มือยกจานชามไปที่อ่างล้าง

 

“ปูซาน อีกสองวันกลับ พี่ไปก่อนนะจียง ฝากยองเบด้วยนะ” จียงโค้งให้พี่ฮยอนเบที่ยิ้มตอบ ก่อนจะเดินออกไปมียองเบเดินไปส่ง

 

ยองเบกลับมาจียงก็ล้างจานเกือบเสร็จแล้ว

 

“พี่ฮยอนเบไปปูซานทำไมเหรอ” จียงถามคนตัวล่ำที่เดินมาเช็ดชามอยู่ข้างๆ

 

“ส่งของไง พี่ฉันขับรถหกล้อน่ะ คันที่อยู่ในโรงรถไง” ยองเบหันมายิ้มให้แล้วพูดต่อ

 

“ฉันอยู่กับพี่สองคน พ่อแม่ไม่อยู่แล้วหละ ลุงฮวังเคยเป็นหุ้นส่วนอู่รถกับพ่อน่ะ ตอนนี้ลุงเลยเช่าอู่ทำต่อ พี่ก็ขับรถไป ส่วนฉันก็เรียน”

 

บางอย่างในน้ำเสียงเวลาที่ยองเบพูดถึงพี่ชายนั้นแฝงความภาคภูมิใจเอาไว้ ครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงสองคน จียงไม่แปลกใจเลยที่พี่น้องรักกันขนาดนี้

 

จียงรู้สึกถึงความเหมือนกันบางอย่าง เขาเอง ก็อยู่กับแม่แค่สองคน เขาเข้าใจความผูกพันของยองเบกับพี่ชาย เขารู้ว่าสิ่งสุดท้ายที่ยองเบจะทำคือทำให้พี่ชายเสียใจ

 

“ยองเบ.... แบบนี้.... ดีแล้วเหรอ”

 

คนตัวบางคว่ำชามใบสุดท้ายที่เช็ดเรียบร้อยลงบนชั้น พลางค่อยๆหันกลับไป ยองเบที่นั่งกินแอปเปิ้ลอยู่ที่โต๊ะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

“ก็... มีแฟนเป็นผู้ชายแบบนี้” มือเล็กกำชายเสื้อตัวเองแน่น จียงกำลังกลัว ทั้งกลัวพี่ชายของยองเบ และยิ่งกว่านั้น จียงคิดถึงแม่ของตัวเอง

 

ความคาดหวัง เป็นสิ่งที่น่ากลัวเสมอ

 

“ฉันไม่ได้ชอบผู้ชายทุกคนนี่ ฉันชอบแค่นาย” ยองเบตอบเหมือนเป็นสิ่งที่ธรรมดาที่สุดในโลก

 

“หรือนายชอบ”

 

จียงสั่นหัวดิก ไม่ จียงไม่ชอบคนอื่น ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชาย จียงไม่เคยชอบใครมาก่อน จียงชอบยองเบแค่คนเดียว

 

“ชีวิตเป็นของเรานะจียง พี่ฉันรักฉัน อยากให้ฉันมีความสุข ถ้าฉันไม่ได้ทำผิดกฎหมายหรือทำเรื่องชั่วร้ายที่ไม่น่าให้อภัย พี่เข้าใจฉันแน่นอน”

 

จียงก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเอง ความคิดวิ่งวนไปมา เขารู้ว่าแม่ของเขาก็คงจะเข้าใจในที่สุด แต่กว่าจะถึงตอนนั้น แม่อาจจะเสียใจ และเขาไม่อยากให้แม่เสียใจแม้เพียงสักนิด เขาควรจะทำอย่างไร อันที่จริงเขาก็ไม่แน่ใจว่าแม่จะ...

 

“อย่าเพิ่งคิดมากไปก่อนสิ” ยองเบลุกมาจากเก้าอี้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มือที่เลอะน้ำหวานแอปเปิ้ลแปะปุลงบนหัวของจียง

 

จียงเงยหน้าขึ้นจ้องยองเบตาแป๋ว

 

“ยองเบนายรู้ไหม” เด็กหนุ่มพยายามเรียบเรียงความคิดในหัวออกมาเป็นคำพูดในที่สุด ตอนนี้ เวลานี้ เขาไม่เข้าใจความกลัวของตัวเอง ความมั่นใจของยองเบ และความกลัวของยองเบก่อนหน้านี้ กับความมั่นใจแปลกๆ ของเขาที่อยากบอกโลกว่ายองเบเป็นคนรัก

 

“ยองเบ นายว่าฉันเห็นแก่ตัวไหม?” จียงพยายามพูดต่อ

 

“ฉันอยากบอกโลกว่านายเป็นคนรัก แต่ฉันกลับไม่กล้าบอกแม่เพราะกลัวแม่จะเสียใจรับไม่ได้ แต่นาย นายบอกพี่ชายอย่างสบายๆ ว่าฉันเป็นแฟน แต่นายกลับไม่อยากบอกใครว่าเราเป็นอะไรกันเพราะกลัวฉันจะเสียหาย”

 

“นายว่าฉันเห็นแก่ตัวไหม”

 

มือของยองเบเลื่อนจากหัวกลมมาประคองแก้มขาว พลางคลี่ยิ้มอ่อน

 

“ไม่รู้เหมือนกันสิจียง แล้วนายคิดว่าฉันเห็นแก่ตัวไหมล่ะ ที่ไม่กล้าบอกใครว่าเป็นอะไรกับนาย”

 

ยองเบเขยิบมาจนชิด ร่างหนาแนบสนิทกับร่างของจียง ริมฝีปากอิ่มกดเบาๆ ที่แก้มหอมกลิ่นแอปเปิ้ล

 

“อย่างน้อยนายก็บอกความกลัวของนายกับฉัน แล้วฉันก็บอกกับนาย... ฉันจะไม่ทำในสิ่งที่นายกลัว แล้วนาย... อย่าทำในสิ่งที่ฉันกลัวได้ไหม? จียง สัญญากับฉันได้ไหม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายต้องเป็นควอนจียงเด็กดีของทุกคน”

 

ริมฝีปากร้อนๆ ที่เคลียอยู่ที่ใบหูมอมจียงเหมือนเหล้าแรงๆ ยองเบเองก็มีกลิ่นแอปเปิ้ล และความร้อนจากตัวของคนที่แนบชิดอยู่ยิ่งทำให้จียงเมา


เขาพยักหน้าตอบรับโดยไม่รู้ตัว

 

“ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะได้เข้านอน” จู่ๆ ยองเบก็ผละออก จียงกระพริบตาสองสามที มองคนที่ยิ้มเผล่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะเดินตามยองเบขึ้นไปชั้นบนอย่างว่าง่าย ปล่อยให้ความกังวลและความกลัวตกตะกอนนิ่งอยู่ลึกในอก

 

 

 

 

 

 

“ผ้าเช็ดตัวกับชุดนอนฉันวางไว้ให้ตรงนี้นะ” ยองเบวางกองผ้าลงบนชั้นใส่ของข้างอ่างล้างหน้า จียงพยักหน้ารับ

 

“เสื้อผ้าใช้แล้วใส่ตะกร้าตรงนี้ก็ได้” คนตัวหนาชี้มือไปที่ตะกร้าใต้อ่าง จียงยิ้ม

 

“โอเค ขอบคุณมากครับคุณเจ้าของบ้าน”

 

“ฉันจะลงไปปิดบ้าน อาบน้ำตามสบายนะ” ยองเบพูดแค่นั้นแล้วก็ออกจากห้องน้ำไป จียงงับประตูปิดเรียบร้อย ก่อนจะค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าแล้วก้าวเข้าไปในคอกสำหรับอาบน้ำ เขาเลื่อนประตูกระจกฝ้าสำหรับกันน้ำกระเด็นปิดก่อนจะเปิดฝักบัว น้ำอุ่นๆ ที่สาดกระทบใบหน้าและร่างกายให้ความรู้สึกผ่อนคลายจนต้องยิ้มออกมา

 

จียงกำลังล้างแชมพูออกจากศีรษะตอนที่ได้ยินเหมือนเสียงประตูห้องน้ำเปิด เขายังไม่ทันได้ลืมตาด้วยซ้ำเมื่อรู้สึกว่ามีใครอีกคนเข้ามาอยู่ในห้องน้ำด้วยกัน

 

“ยองเบ นั่นนายเหรอ” เขาส่งเสียงถามแต่ไม่ได้รับคำตอบ เด็กหนุ่มตัวผอมรีบล้างฟองแชมพูออกจนหมดแล้วลืมตามอง

 

แต่สายไปเสียแล้ว เพราะทงยองเบตัวเปล่าๆ เข้ามาอยู่ในคอกอาบน้ำกับเขาเสียแล้ว....

 

 

 

 

 

 

แขนยาวของจียงยกขึ้นพาดปิดร่างกายตัวเองโดยอัตโนมัติ ถึงเขาจะเคยโดนยองเบทำอะไรๆ แต่ไม่มีสักครั้ง ที่เขาเคยเปลือยกายต่อหน้าอีกฝ่าย และยิ่งไม่เคยเห็นยองเบตัวเปล่าๆ แบบนี้ด้วย จียงไม่แน่ใจว่าเขาควรจะอายอะไรมากกว่า ระหว่างตัวเองโป๊ กับเห็นยองเบโป๊

 

แต่ชีเปลือยตัวร้ายที่จ้องเขาตาเป็นมันดูเหมือนจะไม่อายเลยนะ

 

จียงหลบตาวาวๆ นั่นวูบ หันหลังให้แล้วโวยวาย

 

“เข้ามาทำไมเนี่ย ฉันยังอาบไม่เสร็จเลย” โวยวายไปก็ก้มหน้างุดไป ห่อตัวเองจนแทบจะเป็นเกลียวเล็กๆ หลบอยู่มุมคอกอาบน้ำ

 

“ก็รู้ว่ายังอาบไม่เสร็จน่ะสิ เลยมาช่วยอาบ” ชีเปลือยหน้าไม่อายตอบเสียงต่ำๆ กลั้วหัวเราะแล้วขยับเข้าใกล้ จียงอยากจะร้องกรี๊ด เพียงแต่เขาร้องไม่ออก พูดอะไรก็ไม่ได้ เลือดทั้งหมดเหมือนจะพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ใบหน้า คนตัวบางรู้ดีว่าตอนนี้แก้มเขาคงแดงยิ่งกว่าแดง แดงจนแทบจะระเบิด

 

“ย่ะ... ยองเบ...” จียงสะดุ้งเฮือกเมื่อมือร้อนๆ เปียกๆ เอื้อมมาแตะไหล่ เสียงยองเบหัวเราะเบาเหมือนดังมาจากที่ไกลๆ

 

เขาว่าเขากำลังจะเป็นลม

 

“นี่ ไม่เอาน่า ไม่เห็นต้องอายเลย ไหนดูซิ หันมาหน่อยซิ หืมม?”

 

จียงกำลังจะเป็นลมจริงๆ นะ เขาจะล้มใส่ยองเบเหมือนต้นไม้ล้ม จะทับคนหน้าด้านให้หัวแตกตายคาห้องน้ำเลย คอยดูนะ

 

นิ้วหนาเชยคางที่ยังก้มชิดอกขึ้น พร้อมกับมือหนาอีกข้างรั้งเอวบางเข้าใกล้ จียงช้อนตาขึ้นมอง หน้ายองเบอยู่ใกล้นิดเดียว

 

ยองเบหัวเราะเบาๆ ตาวาวๆ นั่นทำเอาเขาต้องเบือนหน้าหลบอีก โอย... ทำไมยังไม่เป็นลมนะ

 

“จียงอา ฉันช่วยถูหลังให้นะ”

 

คนร้ายกาจที่แกล้งจ้องหน้าจนจียงแทบละลายหัวเราะหึหึพร้อมกับจับตัวเขาหันหลัง ก่อนแขนแกร่งจะเอื้อมผ่านร่างผอมบางไปยังฟองน้ำนิ่มๆ กดสบู่เหลวใส่มันหน่อยหนึ่ง แล้วเริ่มลูบบนหลังไหล่ของจียง

 

เด็กดีของใครๆ ยืนขาสั่น ทั้งเขินอาย ทั้งตื่นเต้น จียงไม่รู้จะทำหน้ายังไง จะรู้สึกอะไร จะทำตัวแบบไหน ยองเบเสียอีก ถูตัวเขาอย่างชิวๆ สบายๆ เหมือนการอาบน้ำกับคนอื่นเป็นเรื่องปกติเสียเหลือเกินอย่างนั้นแหละ

 

จียงสะดุ้งอีกเฮือก เมื่อฟองน้ำมีฟองฟูเลื่อนต่ำลงกว่าเอว เขารู้สึกว่ามันวนเวียนลูบไล้ที่สะโพกของเขานานกว่าปกติ และหนักมือกว่าปกติ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปที่ต้นขา ข้อพับด้านใน จนถึงน่อง ทงยองเบจับเขาอาบน้ำเหมือนเด็กๆ

 

“เอ้า ด้านหลังเรียบร้อยแล้ว หันหน้ามาได้แล้ว”

 

 

 

 

 

ค้าง~~~~ /วิ่งหนี  xD

 

 
Tags: bigbang, fiction, ybgd